มนุษย์เป็นสัตว์สังคม น้องหมาที่หน้าบ้านหรือน้องแมวที่เลี้ยงไว้ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นสัตว์สังคมรึป่าว แต่ครูแนะแนวตอน ม.3 บอกผมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมผมจำได้ดี ดังนั้น มนุษย์ก็ย่อมต้องการหมู่มิตรที่เข้าใจ เพื่อเป็นภูมิคุ้มความเหงาและป้องกันความเฟ้งฟ้างที่เกิดขึ้นในจิตใจ และเราก็ยังต้องอาศัยอยู่กับผู้คนต่างๆ ทั้งคนที่เราอยากรู้จักและอยู่ใกล้ หรือแม้แต่ศัตรูหัวใจที่คอยถากถาง มันอาจจะมีบ้างบางวันหรือบางเวลาที่เราอยากปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง แต่โดยปกติก็เป็นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นครับ เพราะเรายังต้องใช้ชีวิตในสังคมนั่นเอง ปัญหากับมนุษย์ "ปัญหาอยู่คู่กับมนุษย์มาเสมอ" มันเหมือนเชื้อโรคหรือไข้หวัด ที่มาได้ทั้งตามฤดูกาล และมาเยือนในวันที่เราอ่อนแอ ในเวลาที่เราเกิดปัญหา ส่วนใหญ่เราอาจจะต้องมีเวลากับตัวเองในการทบทวนและคัดสรรวิธีต่างๆมาใช้เพื่อแก้ไขและกลับมาใช้ชีวิตต่อแบบสบายใจเฉิบต่อไป ปัญหาหนักหนาที่เราแก้ไม่ได้ เมื่อขนาดของปัญหามันเริ่มใหญ่ขึ้นจนก่อตัวเป็นมรสุม เริ่มรุมเร้ารบกวนจิตใจทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ บางคนก็ถึงขั้นจิตตก โรคภัยถามหา เครียดหนัก ก...
แด่ความล้มเหลวที่หอมหวาน... ถ้าให้นึกถึงอะไรคือความล้มเหลวที่สุดในชีวิตของตัวเอง ให้นึกเร็วๆนี่นึกไม่ออก แต่ถ้าบอกให้เดินไปดูที่กระจกนี่ พูดออกแบบไม่ต้องนึกเลย....ว่า "ไอนี่แหละครับ จับมันเลยผู้กอง!!" ชิวิตผมมันเข้าขั้นห่วยเลยครับตอนนี้ เต็มไปด้วยหนี้สินปกคุณทั่วบริเวณพื้นที่ ..มีทั้งหนี้ค่าบ้าน หนี้ค่ารถ แต่ถ้าเอารถเอาบ้านบ้านไปคืนเค้า แม่งก็ยังเป็นหนี้อยู่ ไม่ยุติธรรมกันเลยจริงๆ ก็เลยขอตัดสินใจเอาบ้าน เอารถ เอาหนี้เก็บไว้อยู่ก้บตัวเองต่อไป "ความล้มเหลวคือพรอันประเสริฐ" แต่จะว่าไปแล้วพระเจ้าแกก็มอบความสมดุลให้กับมนุษย์โลก โดยการให้มนุษย์ต้องเผชิญ กับอุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิตก่อนจะประสบความสำเร็จเสมอ (ซึ่งถ้าเอากลับสลับกันนี่ ตึกในนครดูใบ คงไม่พอให้คนโดดกันแน่นอน..) ดังนั้นผมคิดว่าเราจึงสมควรที่จะขอบคุณพระเจ้าให้จงหนัก โดยไม่ต้องซีเรียสกับความล้มเหลวให้มากนัก เพราะมันมันคือสมดุล ถือซะว่ามันเป็นเรื่องปกติสามัญประจำบ้านไปครับ แต่ผมเชื่อว่า...เมื่อไหร่ที่คุณทำใจรับและคุ้นเคยกับมันมากขึ้น จนคุณยิ้มรับกับมันได้(หมายถึงยิ้มได้อย่างที่มีสติอยู่ครบนะ) และเมื่อวันนั...