ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

"อย่าใจร้ายกับตัวเองนัก"


"อย่าใจร้ายกับตัวเองนัก"


การที่เราตกอยู่ในสภาวะ หดหู่ ซึมเศร้า ดำดิ่ง เสียศูนย์เสียสมดุลในชีวิต ส่วนหนึ่งก็มาจากการปล่อยหรืออนุญาติให้คนหรือสภาพแวดล้อมบนโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย นำความสับสนเข้ามาฝังอยู่ในจิตใจของเรา

หากยิ่งปล่อยให้มันอยู่นานมากขึ้นเท่าไหร่ มันจะยิ่งหยั่งรากฝังลึกเข้าไปจนยากที่จะขุดค้นมันออกจากจิตใจของเราไปได้..."ยิ่งอยู่นาน ยิ่งกัดกร่อน"

มนุษย์ปุถุชนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆมันก็เป็นเช่นนั้นแล... มีสุขมีเศร้า เหงาๆเซื่องๆ คละเคล้ากันไป

แต่มันจะมีมนุษย์อีกประเภทนึง ที่ได้รับการอัปเกรดจิตใจของตนเองได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยหลักการง่ายๆที่ว่า "มึงก็แค่ไม่ยอมให้ปัจจัยภายนอกใดๆมากระทบและทำให้ศูนย์เสียความเป็นตัวมึง ก็เท่านั้น...

ผลที่ได้จากสิ่งที่ทำก็คือ คนประเภทนี้ล้วนเป็นคนที่เดินอยู่บนเส้นทางของความสำเร็จกันทั้งนั้น...

แล้วปุถุชนคนอย่างผม เมื่อรู้แบบนี้ ก็ต้องรีบเร่งสำรวจตัวเองก่อนเลยว่ามีอะไรบ้างที่่ชอบดอดมาทำให้เราอ่อนแอ และเกิดความต๊อแต๊กับชีวิต

ค่อยๆทยอยลิสต์ออกมาจนเต็มหน้ากระดาษ ลองกลับมาไล่อ่านอีกทีตกใจอุทานเบาๆใจในว่า "นี่กูรอดตายตั้งแต่ครึ่งหน้าแรกได้ก็ถือว่าบุญหัวแล้ว"

ผมค่อยๆเริ่มสร้างพลังบวกให้กับตัวเองโดยการหมั่นคิดบวกเสมอ เพื่อดึงดูดพลังบวกที่มีอยู่ในจักรวาลนฤมิตรให้เข้ามาสะสมในจิตใจ แทนที่ความรู้สึกในแง่ลบที่มันปะปนอยู่ในทุกอนูความคิด
"ในเมื่อลบล้างมันไม่ออก ก็เอาแทนที่แม่งซะเลย!"

ในขณะเดียวกันก็เริ่มฝึกฝนตัวเอง โดยแยกตัวเองเป็นสองส่วน ให้มันชื่อว่า ไอ้ตัวร่างกาย กับคุณจิตใจ เมื่อกายมันหนักนักก็ปล่อยมันไปก่อน ค่อยๆสั่งสอนจิตใจตัวเองว่าอย่าเพ้อกับอะไรๆให้มันมากนัก เดี๋ยวร่างจะพังรับไม่ไหว หนี้สินที่แบกมันมาไว้ตั้งแต่บรรพกาลมันยังอยู่กับเราได้ ก็ให้มันอยู่กับเราไปก่อนเผื่อเหงา ค่อยๆแก้มันไป "เมื่อใจมันนิ่ง หนี้สินมันก็ดูน้อยลงไปเอง"

ผมเริ่มกลับมาดูแลจิตใจตัวเองมากขึ้น เคารพและชื่นชมตัวเองบ่อยขึ้น โดยไม่ต้องรอคำหวานจากปากใคร...ทำมาได้เกิน 30 วันแล้วรู้สึกชอบตัวเองมากขึ้นนะ รู้สึกว่าร่างกายก็มีพลังงานมากขึ้นด้วย

ผมจะมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองเพื่อไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ...เบื่อแล้วกับวังวนคนหาเช้ากินค่ำ ลิมตาอ้าปากไม่ได้ซักที ใครยังเพิ่งเริ่มต้นก็มาเดินไปด้วยนะครับ มิตรภาพมันดีเสมอแหละ 
ดูน้อยลง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

บางครั้งปัญหาใหญ่ๆก็แก้ด้วยวิธีการเล็กๆแค่การบอกใครสักคน

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม  น้องหมาที่หน้าบ้านหรือน้องแมวที่เลี้ยงไว้ ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นสัตว์สังคมรึป่าว แต่ครูแนะแนวตอน ม.3 บอกผมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมผมจำได้ดี ดังนั้น มนุษย์ก็ย่อมต้องการหมู่มิตรที่เข้าใจ เพื่อเป็นภูมิคุ้มความเหงาและป้องกันความเฟ้งฟ้างที่เกิดขึ้นในจิตใจ และเราก็ยังต้องอาศัยอยู่กับผู้คนต่างๆ ทั้งคนที่เราอยากรู้จักและอยู่ใกล้ หรือแม้แต่ศัตรูหัวใจที่คอยถากถาง มันอาจจะมีบ้างบางวันหรือบางเวลาที่เราอยากปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่าง แต่โดยปกติก็เป็นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นครับ เพราะเรายังต้องใช้ชีวิตในสังคมนั่นเอง ปัญหากับมนุษย์ "ปัญหาอยู่คู่กับมนุษย์มาเสมอ" มันเหมือนเชื้อโรคหรือไข้หวัด ที่มาได้ทั้งตามฤดูกาล และมาเยือนในวันที่เราอ่อนแอ ในเวลาที่เราเกิดปัญหา ส่วนใหญ่เราอาจจะต้องมีเวลากับตัวเองในการทบทวนและคัดสรรวิธีต่างๆมาใช้เพื่อแก้ไขและกลับมาใช้ชีวิตต่อแบบสบายใจเฉิบต่อไป ปัญหาหนักหนาที่เราแก้ไม่ได้ เมื่อขนาดของปัญหามันเริ่มใหญ่ขึ้นจนก่อตัวเป็นมรสุม เริ่มรุมเร้ารบกวนจิตใจทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติสุขได้ บางคนก็ถึงขั้นจิตตก โรคภัยถามหา เครียดหนัก ก...